สรุปบัญชีเพื่อการจัดการ (ต้นทุน)

บัญชีเพื่อการจัดการ

พฤติกรรมต้นทุน บัญชีการเงิน ให้บุคคลภายนอกดู บัญชีบริหารให้ภายในดู

สินค้าคงเหลือ = วัตถุดิบ DM (direct materials) + งานระหว่างทำWIP + สินค้าสำเร็จรูป FG

ต้นทุนขาย Cost of  goods sold  (COGS)= ยอดต้นงวด+ ยอดซื้อเข้า (ผลิต) –ยอดปลายงวด

ต้นทุน = ต้นทุนที่เกิดจริง Actual C0st , สิ่งที่ต้องการวัดต้นทุน Cost Object Traceability: ต้นทุนตรง Direct C0st สามารถคิดเข้ากับ Cost Obj ได้โดยตรง

ต้นทุนอ้อม Indirect C0st  ไม่รู้ว่าเป็นของ Cost Object  อันไหนแน่ ต้องคิดปันส่วน

cost obj = ต้นทุนแปรผัน ถ้าเปลี่ยนตามจำนวนสินค้า อาทิ ค่าผลิต ค่าแรงงาน (รายชั่วโมง) เป็นต้นทุนทางตรง ถ้าจำแนกได้ว่าเป็นสินค้าอะไร

Function: Product C0st  Or Inventoriable Cost: อะไรที่เกี่ยวกับการผลิต DM+ DL +MOH   อะไรที่เป็นค่าใช้จ่ายทางตรงไม่ได้=ค่าใช้จ่าย

Period Cost ค่าใช้จ่ายประจำงวด ค่าใช้จ่ายขาย ค่าใช้จ่ายบริหาร

ต้นทุนขั้นต้น Prime Cost = DM+DL

ต้นทุนแปลงสภาพ Conversion Cost = DL+OH

 Behavior: Fixed Cost ยอดรวมคงที่ไม่แปรตามกิจกรรม ยอดต่อหน่วย ลดลงถ้ากิจกรรมเพิ่ม

Variable Cost ยอดรวมแปรตามกิจกรรม ยอดต่อหน่วยคงที่ไม่แปร

 Mixed Cost.,Step-Wise Cost.,Curvilinear Cost.

Relevance: Opportunity Cost. , Sunk Cost. ต้นทุนจม เสียอยู่แล้ว ไม่ต้องตัดสินใจ

Job order costing ต้นทุนงานสั่งทำ = DM+DL+POHR

POHR = ค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างาน คาดการณ์ ก่อนเพราะยังไม่สิ้นงวด

=MOHประมาณ OH ในอนาคต / ประมาณ Unit Base ชั่วโมงแรงงาน ชั่วโมงเครื่องจักร

เป็น Normal Costing  เมื่อสิ้นงวดจึงทำ Actual Costing แล้วแก้ไขงบดุล

Activity – Based Costing : ABC ต้นทุนฐานกิจกรรม มีกิจกรรมหลากหลาย แรงงานคน เครื่องจักร ต่างกัน ใช้ แบบ Job order ไม่ได้ เช่น กิจกรรมติดตั้ง .ใช้จำนวนครั้งหาร  ได้เป็น OHR  ใช้เครื่องจักร  .ใช้จำนวนชั่วโมงตรวจสอบ ใช้จำนวนชิ้น

Process Costing : ต้นทุนช่วง ใช้กับสินค้าที่เหมือนๆกัน ผลิตจำนวน มากๆ ยืดหยุ่นน้อย ความเป็นมาตรฐานสูง

คิดเข้า Process แทนคิดเข้างาน  แต่ละ Process เช่นเตรียมวัตถุดิบ แพ็คกิ้ง ต่างมี  DM DM OH ของตัว  ในขณะที่ แต่ละ Process อาจทำพร้อมกันได้

Equivalent Unit : EU  หน่วยเทียบเท่าสำเร็จรูป  ถ้าใส่ Input เข้าไป ? % จะแปลงออกมาเป็นหน่วยที่เสร็จได้กี่หน่วย        ขั้นตอน

  1. คำนวณหน่วยทางกายภาพ หน่วยที่ทำทั้งหมด
  2. คำนวณหน่วยที่เสร็จ + แปลงหน่วยกายภาพที่ยังไม่เสร็จเป็น EU
  3. คำนวณต้นทุนต่อหน่วย = ต้นทุนทั้งหมด / EU
  4. คิดมูลค่า ของสินค้าที่ผลิตเสร็จ โอนออก และ งานระหว่างทำปลายงวด
  5. กระทบยอดต้นทุน

CVP  Cost Volume Profit Analysis วิเคราะห์ ต้นทุน ปริมาณ กำไร / Incremental Analysis วิเคราะห์ ส่วนเพิ่ม

จุดคุ้มทุน  Break – Even Point  เป็นหน่วยขาย  หรือ เงินรายได้ ที่จุดที่ไม่มีกำไร ไม่มีขาดทุน

ยอดขาย-variable Cost =กำไรส่วนเกิน –Fixed Cost = กำไรจากการดำเนินงาน  จุดคุ้มทุนอยู่ที่ กำไรส่วนเกิน เท่ากับ Fixed Cost

จำนวนหน่วยคุ้มทุน = Fixed Cost / กำไรส่วนเกินต่อหน่วย(ยอดขาย – Variable Cost)

รายได้คุ้มทุน = Fixed Cost / อัตรากำไรส่วนเกิน (กำไรส่วนเกินต่อหน่วย / ราคาขายต่อหน่วย)

ถ้าต้องการกำไรที่คาดหวัง  ใช้สูตรเดิม เพียงแต่ บวกกำไรที่คาดหวังที่ตัวส่วน

Margin Of Safty = Actual sale – จุดคุ้มทุน    ผลต่างยิ่งมากยิ่งปลอดภัย

จะทำ การวิเคราะห์ CVP ได้ต่อเมื่อ  ยอดขายต่อหน่วย ต้นทุนคงที่ ผันแปร ส่วนผสมการขาย ผลิตแล้วขายได้หมด  ทั้งหมดต้องคงที่

การวิเคราะห์ส่วนเพิ่ม Incremental Analysis  เพื่อเลือกตัดสินใจ ถ้ายิ่งที่เสียหรือได้ เหมือนๆ กัน จะไม่มีผล  แต่ส่วนที่มีผลต่อการตัดสินใจ คือ ส่วนเพิ่ม หรือส่วนลด ที่ต่างกัน

คำสั่งซื้อพิเศษ ต้องเปรียบเทียบ รายได้ส่วนเพิ่ม กับต้นทุนส่วนเพิ่ม ถ้ามากกว่าจึง เลือก

จะผลิต หรือ ซื้อ (Make Or Buy)  ต้องเปรียบเทียบต้นทุนซื้อ กับต้นทุนผลิตที่ไม่เอา Fixed Cost มาคิด เพราะต้องเสียอยู่แล้วไม่ว่าผลิต หรือซื้อ

จะขายลดราคาสินค้ามีตำหนิ หรือ ซ่อมแล้วขายราคาเต็ม  ต้องคิดค่าเสียโอกาสผลิตสินค้าใหม่ด้วย

 Capital Budgeting งบประมาณจ่ายลงทุน  กระแสเงินสดเข้าในอนาคตต้อง เพียงพอกับอัตราผลตอบแทนที่ต้องการ  โดยพิจารณา มูลค่าเงิน Time Valve Of Money (TVM) เงินเฟ้อ เสียโอกาส ความเสี่ยง ดอกเบี้ยทบต้น   ร่วมด้วย

Future Value  FV = PV (1+r)ยกกำลัง n   = PV x Factor

Factor : เปิดจากตาราง  หา FV ดู FV table  ต้องแยก ถ้าเป็นเงินงวด เปิด Annuity table

R = อัตราดอกเบี้ย   n = จำนวนปี

Playback Period งวดเวลาคืนทุน  = เงินสดจ่ายลงทุนสุทธิ เมื่อเริ่มโครงการ / กระแสเงินสดรับสุทธิรายปี

ARR  Accounting Rate Of Return อัตราผลตอบแทนทางบัญชี =  กำไรสุทธิประจำปีถัวเฉลี่ย / มูลค่าเงินลงทุนถัวเฉลี่ย (เงินลงทุน + มูลค่าซาก / 2)

NPV Net Present Value มูลค่าปัจจุบันสุทธิ = ผลรวมของมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดรวม (เข้าและออก)  ถ้าเท่ากับ หรือ มากกว่า ศูนย์  OK ขั้นตอน

  1. กำหนดจำนวนเงิน และเวลาของกระแสเงิน เข้า ออก ของโครงการ  โดยพิจารณาเฉพาะเงินสดส่วนที่เพิ่มขึ้น
  2. คำนวณ มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสด โดยใช้อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ
  3. คำนวณ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ

IRR Internal Rate of Return  อัตราผลตอบแทนลดค่า  เป็นอัตราที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดจ่าย เท่ากับ มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดรับตลอดอายุของโครงการ  มีขั้นตอนดังนี้

  1. หา PV factor  = เงินจ่ายลงทุนสุทธิเมื่อเริ่มโครงการ / กระแสเงินสดรับสุทธิรายปี  
  2. นำค่า PV factor ไปเปิดตาราง PV Annuity เพื่อหา IRR แล้วนำ มาเปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่ต้องการ  ถ้ามากกว่า OK

PI Profitability Index ดัชนีการทำกำไร = มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดเข้า / มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดออก   ถ้า เท่ากับ หรือ มากกว่า 0   OK

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: